ใครที่กำลังผ่อนบ้านอยู่ พอครบกำหนด 3 ปี (หรือตามที่สัญญาระบุ) ดอกเบี้ยมักจะปรับลอยตัวและแพงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด! นี่คือเวลาทองที่เราต้องบริหารจัดการดอกเบี้ยครับ แต่จะเลือกวิธีไหนดี ลองมาเทียบข้อดี-ข้อจำกัดของทั้ง 2 แบบกันครับ
🔵 1. Refinance (รีไฟแนนซ์) = ย้ายไปธนาคารใหม่
คือการขอสินเชื่อจากธนาคารใหม่ เพื่อมาโปะหนี้ก้อนเดิมกับธนาคารเก่า
• ✅ ข้อดี: มักจะได้ดอกเบี้ยถูกที่สุด! เพราะธนาคารใหม่มักจะจัดโปรโมชั่นดอกเบี้ยต่ำเพื่อดึงดูดลูกค้า
• ⚠️ ข้อจำกัด: มีค่าใช้จ่ายตามมา เช่น ค่าประเมินราคาบ้าน, ค่าจดจำนองใหม่ (1% ของวงเงินกู้), ค่าอากรแสตมป์ รวมถึงต้องเตรียมเอกสารยื่นกู้ใหม่ทั้งหมด ซึ่งใช้เวลาดำเนินการพอสมควร
🟢 2. Retention (รีเทนชัน) = ขอไปต่อกับธนาคารเดิม
คือการเจรจาขอลดอัตราดอกเบี้ยกับธนาคารเดิมที่เราผ่อนอยู่
• ✅ ข้อดี: รวดเร็วและแทบไม่มีค่าใช้จ่าย! ไม่ต้องเสียค่าจดจำนองใหม่ ไม่ต้องประเมินบ้านใหม่ เอกสารน้อยมาก และอนุมัติไว
• ⚠️ ข้อจำกัด: อัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลง มักจะไม่ถูกเท่าโปรโมชั่นดึงดูดลูกค้าใหม่ของการทำ Refinance
💡 สรุปแล้วเลือกแบบไหนดี?
จุดตัดสินใจอยู่ที่ “ความคุ้มค่าหลังหักค่าใช้จ่าย” ครับ
ลองเอา “ดอกเบี้ยที่ประหยัดได้จากการรีไฟแนนซ์” มาลบด้วย “ค่าใช้จ่ายแฝงทั้งหมดที่ต้องจ่ายตอนย้ายแบงก์” แล้วลองเทียบกับ “ดอกเบี้ยของการรีเทนชั่น” ดูครับ
👉 ถ้าหักลบแล้วเงินเหลือเยอะกว่าดอกเบี้ยที่แบงก์เดิมเสนอให้ ก็จัด Refinance เลยครับ!
👉 แต่ถ้าคำนวณแล้วส่วนต่างห่างกันไม่กี่พันบาท การเลือก Retention ก็ช่วยประหยัดเวลาและคุ้มค่าเหนื่อยกว่าเยอะ
อย่าลืมหยิบสัญญาเงินกู้มาเช็กกันนะครับว่าใกล้ครบกำหนดหรือยัง การปล่อยให้ดอกเบี้ยลอยตัวไปเรื่อยๆ คือเงินก้อนโตที่หายไปจากกระเป๋าเราทุกเดือน!
#ผ่อนบ้าน #รีไฟแนนซ์บ้าน #Refinance #Retention #ลดดอกเบี้ยบ้าน