วันนี้ผมลองนั่งกดเครื่องคิดเลขคำนวณตัวเลขมาให้ดูชัดๆ เลยว่า ถ้าเราเลือกวิธีเก็บเงินในสินทรัพย์ลงทุนที่ต่างกัน เราจะต้องออมต่อเดือนต่างกันแค่ไหน
แค่พลังของ “ดอกเบี้ยทบต้น” ทำงาน เงินที่เราต้องควักออกจากกระเป๋าจริงๆ ไม่ได้สูงอย่างที่คิดครับ
มาดูกันครับว่าแต่ละสินทรัพย์ต้องหยอดกระปุกเดือนละเท่าไหร่ (อิงจากผลตอบแทนย้อนหลัง 20 ปีนะครับ) 👇
🐷 เงินฝาก (ผลตอบแทนเฉลี่ย ~1.5%)
สายเซฟสุดๆ เน้นเงินต้นอยู่ครบ ต้องออมเดือนละ 7,730 บาท
อันนี้ต้องใช้แรงตัวเองเยอะหน่อยครับ เพราะในเงิน 1 ล้านบาท จะเป็นเงินต้นของเราถึง 93% ส่วนดอกเบี้ยช่วยเราแค่นิดเดียว
📜 ตราสารหนี้ (ผลตอบแทนเฉลี่ย ~3.0%)
ขยับความเสี่ยงขึ้นมานิดนึง ต้องลงทุนเดือนละ 7,156 บาท
ดอกเบี้ยเริ่มช่วยเราทำงานมากขึ้น เงินต้นลดลงมาเหลือ 86% ครับ
🌍 หุ้นโลก (ผลตอบแทนเฉลี่ย ~8.5%)
ใครรับความผันผวนได้ การกระจายไปหุ้นทั่วโลกช่วยผ่อนแรงได้เยอะครับ เหลือลงทุนเดือนละ 5,315 บาท
จุดนี้พลังดอกเบี้ยทบต้นเริ่มโชว์ของ เพราะกำไรจะงอกเงยขึ้นมาเป็น 36% ของพอร์ตเลย
🏆 ทองคำ (ผลตอบแทนเฉลี่ย ~11.0%)
สินทรัพย์ยอดฮิตตลอดกาล ต้องลงทุนเดือนละ 4,608 บาท
ในระยะยาว ทองคำช่วยเอาชนะเงินเฟ้อและสร้างมูลค่าได้ดีครับ สัดส่วนกำไรเกือบจะครึ่งต่อครึ่งกับเงินต้นเลย
🤖 หุ้นเทคโนโลยี (ผลตอบแทนเฉลี่ย ~15.0%)
สายซิ่ง สาย Tech ต้องดู! ใช้เงินลงทุนน้อยที่สุดคือเดือนละ 3,633 บาท เท่านั้น!
อันนี้ซิ่งจริงครับ เพราะเงิน 1 ล้านบาทที่เราได้มา จะมาจาก “กำไร” ล้วนๆ ถึง 56% (เงินทำงานหนักกว่าเราอีก!)
⚠️ ข้อควรระวัง (สำคัญมากครับ)
เห็นหุ้น Tech ใช้เงินน้อยกว่า อย่าเพิ่งรีบเทหมดหน้าตักนะครับ! เพราะ “High Risk, High Return” ยังเป็นความจริงเสมอ สถิตินี้คือผลย้อนหลัง ไม่ได้การันตีอนาคตครับ
ทางที่ดีที่สุด ผมแนะนำให้จัดพอร์ตแบบผสมผสาน (Asset Allocation) กระจายเงินไปในหลายๆ สินทรัพย์ เพื่อกระจายความเสี่ยง พอร์ตจะได้โตแบบยั่งยืน ไม่ต้องมานั่งเฝ้ากราฟจนนอนไม่หลับนะครับ 📉📈
#plantasticวางแผนการเงิน #การเงินการลงทุน #มนุษย์เงินเดือน #เก็บเงิน #ลงทุน